ราคาสินค้าและเงินในมุมมองทั่วโลก
สไลด์ชุดนี้แสดงตัวชี้วัดด้านราคาและเงิน 5 ตัว ทีละหนึ่งเฟรม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค อัตราเพิ่มของตัวหักลด GDP ดัชนีราคาผู้บริโภค อัตราการออมรวมต่อ GDP และ GDP ต่อหัว แต่ละเฟรมประกอบด้วยกราฟแท่งจัดอันดับ ค่าและอันดับของประเทศที่เน้น พร้อมเส้นแนวโน้มย้อนหลัง ตัวเลขทั้งหมดมาจากธนาคารโลกและ IMF โดยประเทศที่เน้นในชุดนี้คือไทย
| Consumer price inflation | 36 | อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของไทยปี 2024 อยู่ที่ 1.3658% |
| GDP deflator inflation | 28 | อัตราเพิ่มของตัวหักลด GDP ของไทยปี 2024 อยู่ที่ 0.9322% |
| Consumer price index | 23 | ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยอยู่ที่ 122.9988 เมื่อปี 2010 เท่ากับ 100 |
| Gross savings (% of GDP) | 79 | อัตราการออมรวมต่อ GDP ของไทยปี 2024 อยู่ที่ 23.7807% |
| GDP per capita (nominal) | 125 | GDP ต่อหัวของไทยปี 2026 อยู่ที่ 8,105.068 ดอลลาร์สหรัฐ |
อันดับทุกเฟรมเรียงจากค่าน้อยไปหาค่ามาก อันดับต้นจึงหมายถึงตัวเลขต่ำ ไม่ได้แปลว่าดีกว่า และห้ามนำอันดับหรือค่าข้ามเฟรมมาเทียบกัน เพราะหน่วยต่างกัน (% ดัชนี ดอลลาร์สหรัฐ) จำนวนประเทศต่างกันตั้งแต่ 178 ถึง 227 และปีล่าสุดก็ไม่ตรงกัน
ประเด็นสำคัญ
อันดับของตัวชี้วัดชุดนี้เรียงจากค่าน้อยไปหาค่ามาก ดังนั้นอันดับต้น ๆ หมายถึงตัวเลขที่ต่ำ ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจดีกว่า ข้อมูลที่เด่นที่สุดของไทยคือดัชนีราคาผู้บริโภค (ปี 2010 = 100) ซึ่งอยู่ที่ 122.9988 ในปี 2024 เป็นอันดับที่ 23 จาก 192 ประเทศ นั่นคือระดับราคาสะสมนับจากปี 2010 ขยับขึ้นน้อยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก ในด้านความเคลื่อนไหวรายปี อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของไทยอยู่ที่ 1.3658% (อันดับ 36 จาก 193 ประเทศ) และอัตราเพิ่มของตัวหักลด GDP อยู่ที่ 0.9322% (อันดับ 28 จาก 213 ประเทศ) ขณะที่อีกสองด้านต่างออกไป คือ อัตราการออมรวมต่อ GDP 23.7807% (อันดับ 79 จาก 178 ประเทศ) ต่ำกว่าค่าโลก 26.1879% และ GDP ต่อหัวแบบราคาปัจจุบัน 8,105.068 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 อยู่อันดับ 125 จาก 227 ประเทศ สรุปได้ว่าราคาขยับน้อย การออมอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกเล็กน้อย และรายได้ต่อหัวเป็นระดับกลางค่อนไปทางล่าง
*ที่มา: World Bank, World Development Indicators (FP.CPI.TOTL.ZG, FP.CPI.TOTL, NY.GDP.DEFL.KD.ZG, NY.GNS.ICTR.ZS) และ International Monetary Fund, GDP per capita, current prices (NGDPDPC)*
ค่าล่าสุดของตัวชี้วัดหลัก
ตัวชี้วัดตัวแรกของชุดนี้คืออัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค ไทยมีค่าล่าสุดปี 2024 ที่ 1.3658% อยู่อันดับ 36 จากทั้งหมด 193 ประเทศ ตัวชี้วัดนี้ไม่มีค่าโลก (world) กำกับไว้ จึงเทียบกับค่าเฉลี่ยโลกโดยตรงไม่ได้ สิ่งที่พอบอกได้คือไทยอยู่ค่อนไปทางฝั่งค่าต่ำ เพราะกึ่งกลางของ 193 ประเทศอยู่ราวอันดับ 97 ส่วนไทยอยู่ที่ 36 สำหรับตัวชี้วัดที่มีค่าโลก คือ อัตราเพิ่มของตัวหักลด GDP ไทยอยู่ที่ 0.9322% ในปี 2024 ต่ำกว่าค่าโลก 3.9118% ประมาณ 3.0 จุด และอยู่อันดับ 28 จาก 213 ประเทศ ทั้งสองตัวชี้ไปทางเดียวกันว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาในไทยช่วงปีล่าสุดอยู่ในระดับต่ำเมื่อวัดเทียบกับประเทศส่วนใหญ่
*ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Inflation, consumer prices (annual %) และ Inflation, GDP deflator (annual %)*
ประเทศกลุ่มบนและกลุ่มล่าง
ฝั่งค่าต่ำของอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคปี 2024 คือ อิรัก -12.297% อัฟกานิสถาน -6.6012% หมู่เกาะเคย์แมน -0.6253% ศรีลังกา -0.4294% บรูไน -0.3887% และจีน 0.2181% จะเห็นว่ากลุ่มนี้ปะปนกันทั้งประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เกาะขนาดเล็ก และประเทศที่ตัวเลขติดลบ ส่วนฝั่งค่าสูงได้แก่ เวเนซุเอลา 254.9485% อาร์เจนตินา 219.8839% ซูดาน 138.8085% ซิมบับเว 104.7052% ซูดานใต้ 91.4408% และตุรกี 58.5065% ซึ่งเป็นประเทศที่ราคาเร่งตัวแรงต่อเนื่อง ไทยที่ 1.3658% อันดับ 36 อยู่ค่อนไปทางฝั่งค่าต่ำ แต่ยังเป็นค่าบวก ต่างจากกลุ่มอันดับต้นที่ติดลบ เมื่อดูด้วยดัชนีราคาผู้บริโภค (2010 = 100) อันดับต้นคือ นาอูรู 100.1752 ตูวาลู 100.5006 สวิตเซอร์แลนด์ 105.5091 และญี่ปุ่น 114.4138 ขณะที่ปลายอีกด้านคือ ซูดานใต้ 41,280.7397 และซูดาน 38,796.5573 ไทยอยู่ที่ 122.9988 อันดับ 23
*ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Inflation, consumer prices (annual %) และ Consumer price index (2010 = 100)*
เปลี่ยนไปอย่างไรในรอบสิบปี
อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาหลายปี ปี 2013 อยู่ที่ 2.1849% จากนั้นลงมาติดลบในปี 2015 ที่ -0.9004% ปี 2016–2019 อยู่ระหว่าง 0.1881% ถึง 1.0639% ปี 2020 ติดลบอีกครั้งที่ -0.8459% ปี 2021 กลับมาที่ 1.2304% ปี 2022 อยู่ที่ -1.6107% ก่อนขยับขึ้นเป็น 8.4781% ในปี 2023 แล้วลดลงมาที่ 1.3658% ในปี 2024 ดัชนีราคาผู้บริโภคสอดคล้องกัน คือ 109.275 ในปี 2013 ขยับถึงเพียง 113.6893 ในปี 2021 ลดเป็น 111.8581 ในปี 2022 แล้วขึ้นเป็น 121.3415 ในปี 2023 และ 122.9988 ในปี 2024 ด้านอัตราการออมรวมต่อ GDP เพิ่มจาก 27.2208% ในปี 2013 ไปสูงสุดที่ 31.9425% ในปี 2017 แล้วลดลงต่อเนื่องเหลือ 23.7807% ในปี 2024 ส่วน GDP ต่อหัวเพิ่มจาก 5,688.853 ดอลลาร์ในปี 2015 เป็น 7,605.697 ดอลลาร์ในปี 2019 ลดลงในปี 2020 ที่ 6,983.034 ดอลลาร์ และปี 2022 ที่ 6,910.01 ดอลลาร์ ก่อนไปที่ 7,386.636 ดอลลาร์ในปี 2024 และ 8,105.068 ดอลลาร์ในปี 2026 ข้อมูลชุดนี้บอกทิศทางของตัวเลข แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง
*ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Inflation, consumer prices (annual %), Consumer price index (2010 = 100), Gross savings (% of GDP) และ International Monetary Fund, GDP per capita, current prices*
เทียบกับประเทศใกล้เคียง
ด้านอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคปี 2024 ไทย 1.3658% ต่ำกว่าเกือบทุกประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่นำมาเทียบ ได้แก่ สหราชอาณาจักร 3.2716% สหรัฐฯ 2.9495% ญี่ปุ่น 2.7385% เกาหลีใต้ 2.3217% เยอรมนี 2.2565% และฝรั่งเศส 1.999% โดยมีจีนที่ต่ำกว่าไทยที่ 0.2181% ส่วนในภูมิภาคเดียวกัน บรูไนอยู่ที่ -0.3887% ช่องว่างชัดกว่านั้นอยู่ที่ดัชนีราคาผู้บริโภค ไทย 122.9988 ต่ำกว่าสหราชอาณาจักร 147.4108 สหรัฐฯ 143.8573 เยอรมนี 134.8686 จีน 132.5176 เกาหลีใต้ 132.1956 และฝรั่งเศส 126.5067 แต่สูงกว่าญี่ปุ่น 114.4138 ราว 8.6 จุด ด้านอัตราการออมรวม ไทย 23.7807% สูงกว่าสหรัฐฯ 17.8109% และสหราชอาณาจักร 17.0025% แต่ต่ำกว่าฝรั่งเศส 21.4347% เพียงเล็กน้อยเมื่อกลับด้าน และต่ำกว่าเยอรมนี 27.1419% ญี่ปุ่น 31.0681% เกาหลีใต้ 35.0305% จีน 42.8328% รวมถึงเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา 40.5312% สิงคโปร์ 40.1044% และบรูไน 47.6533% ขณะที่ติมอร์-เลสเต อยู่ท้ายตารางที่ -21.1282% สำหรับ GDP ต่อหัวปี 2026 ไทย 8,105.068 ดอลลาร์ คิดเป็นราว 54% ของจีน 14,873.569 ดอลลาร์ ราว 23% ของญี่ปุ่น 35,703.432 ดอลลาร์ และราว 9% ของสหรัฐฯ 94,429.753 ดอลลาร์ ส่วนสิงคโปร์อยู่ที่ 107,758.033 ดอลลาร์ (อันดับ 6) และมาเก๊า 76,445.765 ดอลลาร์ (อันดับ 11)
*ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Inflation, consumer prices (annual %), Consumer price index (2010 = 100), Gross savings (% of GDP) และ International Monetary Fund, GDP per capita, current prices*
วิธีอ่านตัวเลขเหล่านี้
ดัชนีราคาผู้บริโภคในที่นี้ใช้ปี 2010 = 100 ของแต่ละประเทศเอง และคำนวณจากราคาในสกุลเงินท้องถิ่น จึงเป็นการวัดว่าราคาสะสมขยับไปเท่าใดจากฐานของประเทศนั้น ไม่ใช่การเทียบว่าประเทศใดของแพงหรือของถูกกว่ากัน และไม่ใช่การเทียบด้วยความเสมอภาคของอำนาจซื้อ อันดับของตัวชี้วัดด้านราคาทั้งสามตัวเรียงจากค่าน้อยไปมาก อันดับ 1 อย่างอิรัก -12.297% อัฟกานิสถาน -6.6012% หรือลิกเตนสไตน์ -9.9007% ล้วนเป็นค่าติดลบ อันดับที่ดูสูงจึงไม่ได้แปลว่าสภาพเศรษฐกิจดีกว่า และอันดับ 36 ของไทยก็ไม่ควรอ่านกลับด้านว่าเป็นประเทศที่ราคาขึ้นแรงเป็นลำดับที่ 36 อัตราการออมรวมเป็นการออมขั้นต้นของทั้งประเทศเทียบกับ GDP ซึ่งรวมภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาครัฐเข้าด้วยกัน ไม่ใช่อัตราการออมของครัวเรือนอย่างเดียว ส่วน GDP ต่อหัวเป็นราคาปัจจุบันในรูปดอลลาร์สหรัฐ จึงได้รับผลจากอัตราแลกเปลี่ยน และปีล่าสุดที่แสดงคือ 2026 ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ของ IMF ไม่ใช่ผลจริง ต่างจากอีกสี่ตัวชี้วัดที่เป็นปี 2024 นอกจากนี้จำนวนประเทศที่จัดอันดับต่างกันในแต่ละตัวชี้วัด ตั้งแต่ 178 ถึง 227 ประเทศ จึงไม่ควรนำอันดับข้ามตัวชี้วัดมาเทียบกันตรง ๆ ข้อมูลทั้งหมดมาจากธนาคารโลกและ IMF ปรับปรุงเป็นรายปี และค่าที่เผยแพร่อาจถูกทบทวนย้อนหลังได้
*ที่มา: World Bank, World Development Indicators (FP.CPI.TOTL.ZG, FP.CPI.TOTL, NY.GDP.DEFL.KD.ZG, NY.GNS.ICTR.ZS) และ International Monetary Fund, GDP per capita, current prices (NGDPDPC)*
ดูอัตราเงินเฟ้อ (ดัชนีราคาผู้บริโภค)จากแผนที่และกราฟ
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | % |
|---|---|---|
| 1 | อิรัก | -12.3 |
| 2 | อัฟกานิสถาน | -6.6 |
| 3 | หมู่เกาะเคย์แมน | -0.63 |
| 4 | ศรีลังกา | -0.43 |
| 5 | คอสตาริกา | -0.41 |
| 34 | ลัตเวีย | 1.27 |
| 35 | กาตาร์ | 1.27 |
| 36 | ไทย | 1.37 |
| 37 | เดนมาร์ก | 1.37 |
| 38 | มัลดีฟส์ | 1.4 |
| 191 | ซูดาน | 138.81 |
| 192 | อาร์เจนตินา | 219.88 |
| 193 | เวเนซุเอลา | 254.95 |
หัวตารางเป็นประเทศที่ค่าติดลบ เช่น อิรัก -12.297% และอัฟกานิสถาน -6.6012% ส่วนท้ายตารางคือเวเนซุเอลา 254.9485% และอาร์เจนตินา 219.8839% ไทยอยู่ค่อนไปทางหัวตาราง แต่ยังเป็นค่าบวก ต่างจากกลุ่มอันดับต้น
กราฟแท่งแสดงช่วงห่างที่กว้างมาก ระหว่าง -12.297% ถึง 254.9485% ทำให้กลุ่มกลางดูใกล้กันไปหมด เส้นแนวโน้มของไทยเคลื่อนในกรอบแคบ ตั้งแต่ -1.6107% ในปี 2022 ขึ้นไป 8.4781% ในปี 2023 แล้วลงมา 1.3658% ในปี 2024
เลือกประเทศเพื่อเปรียบเทียบ
อัตราเงินเฟ้อจากตัวปรับลด GDP
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | % |
|---|---|---|
| 1 | ลิกเตนสไตน์ | -9.9 |
| 2 | บรูไน | -2.84 |
| 3 | กาตาร์ | -1.47 |
| 4 | อาเซอร์ไบจาน | -1.41 |
| 5 | ติมอร์-เลสเต | -1.32 |
| 26 | หมู่เกาะเติกส์และหมู่เกาะเคคอส | 0.83 |
| 27 | อินโดนีเซีย | 0.89 |
| 28 | ไทย | 0.93 |
| 29 | เซนต์ลูเซีย | 0.96 |
| 30 | นิวแคลิโดเนีย | 1.13 |
| 211 | อาร์เจนตินา | 207.61 |
| 212 | ซูดาน | 243.91 |
| 213 | ซิมบับเว | 1,097 |
หัวตารางคือลิกเตนสไตน์ -9.9007% บรูไน -2.8427% และกาตาร์ -1.4718% ท้ายตารางคือซิมบับเว 1097.2467% และซูดาน 243.9073% ไทยอยู่ในกลุ่มค่าต่ำ ใกล้กับประเทศที่ราคาผลผลิตแทบไม่ขยับ
กราฟแท่งชี้ว่าประเทศส่วนใหญ่กระจุกอยู่ต่ำกว่า 10% ขณะที่ปลายด้านสูงยืดออกไปไกลจนกดกลุ่มอื่นให้ดูแบนราบ เส้นแนวโน้มของไทยลดจาก 4.6596% ในปี 2022 เหลือ 1.2749% ในปี 2023 และ 0.9322% ในปี 2024
ดัชนีราคาผู้บริโภค
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | ดัชนี |
|---|---|---|
| 1 | นาอูรู | 100.18 |
| 2 | ตูวาลู | 100.5 |
| 3 | หมู่เกาะเคย์แมน | 102.94 |
| 4 | สวิตเซอร์แลนด์ | 105.51 |
| 5 | บรูไน | 106.44 |
| 21 | อิสราเอล | 122.41 |
| 22 | อิรัก | 122.59 |
| 23 | ไทย | 123 |
| 24 | เซนต์ลูเซีย | 123.19 |
| 25 | คิริบาส | 124.11 |
| 190 | ซิมบับเว | 11,077 |
| 191 | ซูดาน | 38,797 |
| 192 | ซูดานใต้ | 41,281 |
หัวตารางคือนาอูรู 100.1752 ตูวาลู 100.5006 และสวิตเซอร์แลนด์ 105.5091 ส่วนท้ายตารางคือซูดานใต้ 41280.7397 และซูดาน 38796.5573 ไทย 122.9988 อยู่ใกล้หัวตาราง สูงกว่าญี่ปุ่น 114.4138 เล็กน้อย
เพราะปลายด้านสูงไปถึงหลักหมื่น กราฟแท่งจึงทำให้ประเทศในกลุ่ม 100–150 แทบแยกกันไม่ออก เส้นแนวโน้มของไทยแทบราบจาก 109.275 ในปี 2013 ถึง 113.6893 ในปี 2021 แล้วขยับเป็น 122.9988 ในปี 2024
อัตราการออมรวม (% ของ GDP)
หัวตารางเป็นประเทศที่ออมสูง เช่น กาตาร์ 57.421% และคูเวต 48.8041% ท้ายตารางติดลบ เช่น ติมอร์-เลสเต -21.1282% และเลบานอน -12.7002% ไทยอยู่กลางตาราง ต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา 40.5312% และสิงคโปร์ 40.1044%
กราฟแท่งกระจายค่อนข้างสม่ำเสมอ ต่างจากตัวชี้วัดด้านราคา ระยะห่างระหว่างหัวและท้ายตารางอยู่ที่ราว 78 จุด เส้นแนวโน้มของไทยขึ้นถึง 31.9425% ในปี 2017 แล้วลดต่อเนื่องมาที่ 23.7807% ในปี 2024
GDP ต่อหัว (ราคาปัจจุบัน)
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | US$ |
|---|---|---|
| 1 | ลิกเตนสไตน์ | 226,809 |
| 2 | ลักเซมเบิร์ก | 158,733 |
| 3 | ไอร์แลนด์ | 140,186 |
| 4 | สวิตเซอร์แลนด์ | 126,177 |
| 5 | ไอซ์แลนด์ | 110,048 |
| 123 | อิเควทอเรียลกินี | 8,152 |
| 124 | เบลีซ | 8,134 |
| 125 | ไทย | 8,105 |
| 126 | มองโกเลีย | 7,853 |
| 128 | เอกวาดอร์ | 7,575 |
| 225 | ซูดานใต้ | 487.98 |
| 226 | อัฟกานิสถาน | 448.46 |
| 227 | เยเมน | 383.75 |
หัวตารางคือลิกเตนสไตน์ 226,809.136 ดอลลาร์ และลักเซมเบิร์ก 158,733.346 ดอลลาร์ ท้ายตารางคือเยเมน 383.749 ดอลลาร์ และอัฟกานิสถาน 448.457 ดอลลาร์ ไทยอยู่กลางค่อนไปทางล่าง ต่ำกว่าจีน 14,873.569 ดอลลาร์
กราฟแท่งแสดงช่องว่างที่กว้างมาก หัวตารางสูงกว่าท้ายตารางหลายร้อยเท่า และสิงคโปร์อยู่ที่ 107,758.033 ดอลลาร์ เส้นแนวโน้มของไทยขึ้นจาก 5,688.853 ดอลลาร์ในปี 2015 ย่อในปี 2020 ที่ 6,983.034 ดอลลาร์ แล้วไต่ขึ้นถึงปี 2026